
2 วิธี สุดง่าย ย้ายข้อมูล iPhone เครื่องเก่าสู่เครื่องใหม่ ฉบับล่าสุด
การได้ iPhone เครื่องใหม่เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่การย้ายข้อมูลทั้งหมดจากเครื่องเก่าอาจทำให้รู้สึกยุ่งยาก โชคดีที่ Apple ทำให้กระบวนการนี้ง่ายกว่าที่เคย วันนี้จะแนะนำวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด 2 วิธีในการโอนถ่ายข้อมูลทั้งหมดของคุณได้อย่างปลอดภัยและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ ข้อความ แอป หรือการตั้งค่าต่างๆ
🛠️ เตรียมพร้อมสำหรับการย้ายข้อมูล: เช็คลิสต์ก่อนเริ่มต้น
เพื่อให้การโอนถ่ายข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีสะดุด และข้อมูลครบถ้วน คุณควรเตรียม iPhone ทั้งสองเครื่องให้พร้อมก่อนเริ่มขั้นตอนจริง

iPhone เครื่องเก่า
- อัปเดต iOS ล่าสุด: ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update) เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องเก่าของคุณใช้ iOS เวอร์ชันล่าสุด (เช่น iOS 20) เพื่อให้เข้ากันได้ดีกับเครื่องใหม่
- ตรวจสอบ iCloud Backup (สำหรับวิธีที่ 2) : หากคุณเลือกใช้วิธี iCloud ให้ไปที่ การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > iCloud Backup และทำการ สำรองข้อมูลเดี๋ยวนี้ (Back Up Now) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีข้อมูลที่สดใหม่ที่สุด
- ตรวจสอบ Apple Watch : หากคุณมี Apple Watch ที่จับคู่ไว้กับเครื่องเก่า ให้ทำการ ยกเลิกการจับคู่ (Unpair) ก่อน (เมื่อคุณยกเลิกการจับคู่ ระบบจะสร้างข้อมูลสำรองของ Apple Watch โดยอัตโนมัติบนเครื่องเก่าของคุณ)
- ชาร์จแบตเตอรี่ : ชาร์จเครื่องเก่าให้มีแบตเตอรี่อย่างน้อย 70% หรือเสียบชาร์จไว้ตลอดกระบวนการ
วิธีที่ 1 Quick Start การถ่ายโอนข้อมูลโดยตรง (เร็วที่สุด)⚡
วิธีนี้คือวิธีที่ ง่ายและเร็วที่สุด เพราะเป็นการถ่ายโอนข้อมูลทุกอย่างโดยตรงจาก iPhone เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่แบบไร้สาย (หรือใช้สาย Lightning/USB-C เพื่อความเร็วสูงสุด)
ขั้นตอนการถ่ายโอนแบบไร้สาย :
- เปิดเครื่องใหม่ : เปิด iPhone เครื่องใหม่แล้ววางไว้ใกล้กับ iPhone เครื่องเก่า
- หน้าจอ Quick Start : iPhone เครื่องเก่าจะแสดงหน้าจอ Quick Start พร้อมตัวเลือกให้ตั้งค่าเครื่องใหม่ ให้แตะ “ดำเนินการต่อ”
- สแกนภาพเคลื่อนไหว : บน iPhone เครื่องใหม่จะมีภาพเคลื่อนไหวปรากฏขึ้น ให้นำ iPhone เครื่องเก่าไปสแกนภาพนั้นเพื่อจับคู่ (คล้ายการสแกน QR Code)
- ยืนยันตัวตน : ใส่รหัสผ่านของ iPhone เครื่องเก่าบนเครื่องใหม่
- ตั้งค่า Face ID/Touch ID และ Apple ID : ทำตามขั้นตอนเพื่อตั้งค่าการยืนยันตัวตนและลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID ของคุณ
- เลือกวิธีถ่ายโอน : ในหน้าจอ “ถ่ายโอนข้อมูล” ให้เลือก:
- “ถ่ายโอนโดยตรงจาก iPhone” (Transfer Directly from iPhone) : วิธีนี้จะถ่ายโอนข้อมูลทั้งหมด (แอป รูปภาพ การตั้งค่า ฯลฯ) โดยตรงแบบ Peer-to-Peer แนะนำ ให้วางเครื่องทั้งสองไว้ใกล้กันจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
- (ทางเลือก) “ดาวน์โหลดจาก iCloud” (Download from iCloud) : หากคุณสำรองข้อมูลล่าสุดไว้ใน iCloud วิธีนี้จะเริ่มดาวน์โหลดข้อมูลหลักทันที ส่วนแอปและไฟล์อื่นๆ จะดาวน์โหลดในเบื้องหลัง ทำให้คุณเริ่มใช้งานเครื่องใหม่ได้เร็วขึ้น
- การถ่ายโอน eSIM (ถ้ามี) : ระบบอาจมีตัวเลือกให้คุณถ่ายโอน eSIM จากเครื่องเก่ามาเครื่องใหม่โดยอัตโนมัติ ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
- รอจนเสร็จสมบูรณ์ : วางอุปกรณ์ทั้งสองไว้ใกล้กัน และต่อสายชาร์จไว้จนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น
📌 เคล็ดลับความเร็วสูง : หากคุณต้องการความเร็วที่เหนือกว่าการโอนแบบไร้สาย ให้ใช้ การเชื่อมต่อแบบใช้สาย โดยเชื่อมต่อ iPhone ทั้งสองเครื่องเข้าด้วยกันผ่านสาย USB-C หรือ Lightning (และอะแดปเตอร์ที่เหมาะสม) แล้วทำตามขั้นตอน Quick Start เดียวกันได้เลยค่ะ
☁️ วิธีที่ 2 การโอนข้อมูลผ่าน iCloud Backup (เหมาะสำหรับย้ายจากระยะไกล)
หากคุณไม่ได้นำ iPhone เครื่องเก่ามาด้วย หรือต้องการเริ่มใช้งานเครื่องใหม่ทันทีในขณะที่ข้อมูลกำลังดาวน์โหลดอยู่ ให้เลือกใช้ iCloud Backup
ขั้นตอนการถ่ายโอนผ่าน iCloud :

สำรองข้อมูลเครื่องเก่า (ถ้ายังไม่ได้ทำ) : ไปที่ การตั้งค่า > [ชื่อของคุณ] > iCloud > ข้อมูลสำรอง iCloud แตะ “สำรองข้อมูลตอนนี้” และรอจนกว่าจะเสร็จ
เปิดเครื่องใหม่ : เปิด iPhone เครื่องใหม่และทำตามขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น
หน้าจอ “แอปและข้อมูล” : เมื่อถึงหน้าจอ “แอปและข้อมูล” ให้เลือก “กู้คืนจากข้อมูลสำรอง iCloud”
ลงชื่อเข้าใช้ iCloud : ใส่ Apple ID และรหัสผ่านของคุณ
เลือกข้อมูลสำรอง : เลือกไฟล์ข้อมูลสำรองล่าสุดจากรายการ โดยดูจากวันที่และขนาดไฟล์
รอการกู้คืน : ข้อมูลหลักและการตั้งค่าจะถูกกู้คืนก่อน จากนั้นแอป รูปภาพ และไฟล์อื่นๆ จะดาวน์โหลดในเบื้องหลังผ่าน Wi-Fi คุณสามารถเริ่มใช้งานเครื่องใหม่ได้เลย
📲 วิธีย้าย eSIM จาก iPhone เก่าไป iPhone ใหม่ (หลังตั้งค่าเสร็จ)
วิธีการนี้ใช้ได้กับ iPhone ทั้งสองเครื่องที่ใช้ iOS เวอร์ชันใหม่ (แนะนำ iOS 16 หรือใหม่กว่า) และเครื่องทั้งสองต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกัน
สิ่งที่ต้องเตรียม
iPhone เครื่องเก่าและเครื่องใหม่ : ทั้งสองเครื่องต้องอยู่ใกล้กัน
การเชื่อมต่อ : เปิด Wi-Fi และ Bluetooth บนทั้งสองเครื่อง
การเข้าสู่ระบบ : ทั้งสองเครื่องต้องลงชื่อเข้าใช้ด้วย Apple ID เดียวกัน และเปิดใช้งาน การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย (Two-Factor Authentication)
ขั้นตอนการถ่ายโอน eSIM
ไปที่การตั้งค่าบน iPhone เครื่องใหม่ :
- ไปที่ การตั้งค่า (Settings)
- เลือก เซลลูลาร์ (Cellular) หรือ ข้อมูลเซลลูลาร์ (Mobile Data)
- แตะที่ ตั้งค่าเซลลูลาร์ (Set Up Cellular) หรือ เพิ่ม eSIM (Add eSIM)

เลือกตัวเลือกการโอน :
- คุณจะเห็นตัวเลือกในการ “ถ่ายโอนจาก iPhone ที่อยู่ใกล้เคียง” (Transfer From Another iPhone)
- ให้เลือกตัวเลือกนี้ แล้วเลือกเบอร์โทรศัพท์ (แผนบริการเซลลูลาร์) ที่คุณต้องการโอนย้ายมาจากเครื่องเก่า
- ยืนยันบน iPhone เครื่องเก่า:
- iPhone เครื่องเก่าของคุณจะแสดงหน้าจอ “ถ่ายโอนซิม” (Transfer SIM) หรือ “โอนย้ายหมายเลขโทรศัพท์” เพื่อยืนยันคำขอ
- แตะ ถ่ายโอน (Transfer) หรือ ดำเนินการต่อ (Continue) เพื่ออนุมัติ
รอการเปิดใช้งานบนเครื่องใหม่ :
- บน iPhone เครื่องใหม่ ให้ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อ เพิ่มแผนบริการเซลลูลาร์ (Add Cellular Plan)
- ระบบจะใช้เวลาสักครู่ในการเปิดใช้งาน eSIM บนเครื่องใหม่ของคุณ เมื่อเสร็จสมบูรณ์ สัญญาณโทรศัพท์ของคุณจะปรากฏขึ้นบนเครื่องใหม่ และ eSIM บนเครื่องเก่าจะถูกปิดใช้งานทันที
💡 หากวิธีการโอนย้ายโดยตรงไม่ได้ผล
หากผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณยังไม่รองรับการโอนย้ายด้วยฟีเจอร์ของ Apple หรือเกิดข้อผิดพลาดในการถ่ายโอน คุณยังสามารถใช้วิธีอื่นได้ :
สแกน QR Code ใหม่
- ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายของคุณ (AIS, True, Dtac, หรืออื่น ๆ) เพื่อ ขอ QR Code ใหม่ สำหรับการเปิดใช้งาน eSIM บน iPhone เครื่องใหม่โดยเฉพาะ (อาจมีขั้นตอนการยืนยันตัวตนหรือค่าธรรมเนียม)
ใช้แอปของผู้ให้บริการ
- บางผู้ให้บริการมีแอปพลิเคชัน (เช่น myAIS, True iService) ที่ให้คุณทำรายการ โอนย้าย eSIM หรือ ออก eSIM ใหม่ ได้โดยตรงผ่านแอป
แค่นี้ iPhone เครื่องใหม่ของคุณก็จะมีข้อมูล ครบถ้วนสมบูรณ์ เหมือนกับเครื่องเก่าทุกประการ ด้วยเช็คลิสต์เตรียมพร้อมที่เราได้มอบให้ และขั้นตอนการโอน eSIM ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะตกหล่น เพราะคุณสามารถจัดการขั้นตอนทั้งหมดได้ด้วยตัวเอง อย่างง่ายดาย
หากคุณชื่นชอบบทความนี้ สามารถติดตามเนื้อหา ข่าวสาร อัปเดตโปรโมชั่น และ ทริคเกร็ดความรู้ ได้ที่ Blog BNN ในครั้งหน้าเราจะมีบทความดี ๆ อะไรมาแนะนำอีก โปรดติดตามกันนะคะ..
**หมายเหตุราคาสินค้า ณ วันที่ ราคาและโปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรดตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ**
⭐🔍 อ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่ >> https://blog.bnn.in.th รับรองว่าจะได้พบกับความบันเทิงและความรู้ใหม่ๆ อย่างแน่นอน 🛒





















Leave a Reply