Apple Intelligence คืออะไร ใช้งานอะไรบ้าง มีฟีเจอร์อะไรน่าสน และใช้กับอะไรบ้าง

Apple Intelligence

Apple Intelligence คืออะไร

ถ้าเข้าใจง่ายๆ ก็คือ AI ที่ถูกพัฒนาโดย Apple เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสินค้าภายใต้แบรนด์ Apple อาทิ iPhone, iPad และ Mac โดยเฉพาะ iPhone รุ่นใหม่อย่าง iPhone 16 เป็นการพัฒนาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานทั้งในด้านของการเขียน การแปลภาษา จนกระทั่งไปถึงการสร้างรูปภาพ Apple Intelligence จะช่วยให้คุณได้ทำงานหลายๆ อย่างได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น เข้าใจบริบทคำสั่งของเราได้ดีขึ้นเพื่อทำงานตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ และยังเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับผู้ที่ใช้งานแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม และ Apple Intelligence เองก็ถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้จพถูกเก็บไว้ที่อุปกรณ์ของผู้ใช้เอง

อย่างที่ทาง Apple ได้ให้ Core หลักของการใช้งาน Apple Intelligence ไว้ประมาณ 5 อย่างคือ

Power Full : ทรงพลัง และมีประสิทธิภาพที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณทำสิ่งต่างๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
Intuitive : ใช้งานได้ง่ายราวกับมีสัญชาตญาณ และสามารถเข้าใจได้ทันที
Integrated : ผสานเข้ากับประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ของคุณได้อย่างลึกซึ้ง เป็นหัวใจสำคัญของการใช้งานของคุณ
Personal : สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องเข้าใจความเป็นตัวคุณได้อย่างแท้จริงและลึกซึ้งเข้าใจในกิจวัตรประจำวัน ความสัมพันธ์ของคุณ รวมไปถึงรูปแบบการสื่อสารของคุณ และอื่นๆ
Private : มีความปลอดภัยทั้งในด้านการใช้งานและด้านกสนเก็บและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

Apple Intelligence ต่างกับ Siri อย่างไร

อันที่จริงแล้ว Apple Intelligence เป็นการนำ Siri มาพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ แต่ทว่าถ้าเรื่องของความแตกต่าง แค่เรื่องของรูปแบบการใช้งานก็ต่างกันเป็นอย่างมาก เพราะ Siri นั้นเป็นการสั่งการด้วยเสียง เป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่สำหรับ Apple Intelligence นั้นรูปแบบการทำงานก็วิวัฒนาการมาจาก Siri แต่มีความสามารถหลากลายมากกว่า อย่าเช่นเรื่องการเขียน การแปล การสร้างรูปภาพ การเขียนอีเมลล์ สรุปเอกสาร และการทำงานด้านอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ถ้าให้สรุปแบบเข้าใจง่าย ลองดูตามตารางด้านล่างเพิ่มเติม เพื่อเข้าใจความต่างของ Siri และ Apple Intelligence ให้มากยิ่งขึ้น

Topics

Siri 

Apple Intelligence 

ความสามารถของการทำงาน

เน้นควบคุมด้วยเสียง เช่นการสั่งการโทร, ส่งข้อความ, เช็คสภาพอากาศ, ตั้งนาฬิกาปลุก 

ค่อนข้างทำได้หลากหลายทั้ง เขียนสรุปงาน, เขียนอีเมล์, การแปลภาษา, การสร้างและออกแบบรูปภาพและอิ้นๆ 

ความเข้าใจภาษา

เข้าใจคำสั่งได้โดยตรง แต่ยังมีบ้างจำกัดของเรื่องการซับซ้อนของคำหรือภาษาและบทสนทนา 

สามารถเข้าใจรูปแบบการใช้ภาษาได้อย่างดี และเข้าใจถึงบริบทของการสนทนาที่ซับซ้อน และสามารถตอบหรือโต้ตอบกลับได้อย่างแม่นยำ 

การเรียนรู้

สามารถเรียนรู้รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้งานได้ในระดับนึง แต่ัยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้งานได้แบบ Insight และลึกซึ้ง 

สามารถเรียนรู้และจำจดความชอบของผู้ใช้งานได้อย่างดี และสามารถปรับตัวเข้ากับผู้ใช้งานได้อยากลึกซึ้ง และสามารถแสดงผลลัพธ์ออกมาได้อย่างตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น 

การใช้งานกับแอปพลิเคชั่นอื่นๆ 

ยังมีข้อจำกัดในบางการใช้งานและบางแอปพลิเคชั่น 

ใช้งานร่วมกับแอปพลิเตชั่นอื่นๆ ได้อย่างราบรื่น และสามารถทำงานได้อย่างเสถียร และไม่จำเป็นต้องสลับแอปพลิเคชั่นในการใช้งาน 

สรุป Apple Intelligence มีความสามารถที่มากขึ้นกว่าตัว Siri เองยกตัวให้เห็นภาพมากขึ้นหากคุณต้องการจะสรุปรายงานยาวๆ หรือสรุปใจความสำคัญของเนื้อหา Siri เองอาจจะยังไม่สามารถทำได้ แต่ Apple Inteeligence สามารถ รวมรวบและสรุปเนื้อหาที่สำคัญที่คุณต้องการออกมาได้อย่างรวดเร็ว และหากคุณต้องการที่จะเขียนอีเมล์สักฉบับคุณก็สามารถให้ Apple Intelligence ช่วยร่างอีเมล์ขึ้นมาให้คุณได้

สำหรับ Siri เองก็ยังถูกพัฒนาขึ้นมีอีกระดับเพื่อให้เป็นผู้ช่วยของคุณที่มีความสมาร์ทมากขึ้น และสามารถสั่งการทำงานได้หลายหลายยิ่งขึ้นอย่างการสั่งให้ Siri สร้าง Event และกำหนด Calendar ให้คุณได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มการสั่งการด้วยการพิมพ์ เพียง Double Tab ด้านล่างของหน้าจอ Siri ก็จะแสดงแป้นพิมพ์ขึ้นมา รวมถึงหากคุณไม่แน่ใจว่าฟีเจอร์ที่คุณอยากใช้งานมีการตั้งค่าหรือเปิดใช้ยังไง ก็แค่ถาม Siri แค่นั้นเอง

Apple Intelligence ทำอะไรได้บ้าง ฟังก์ชันไหนน่าสนบ้าง

สำหรับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Apple Intelligence นั้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อให้งานทั่วไปในทุกๆ วันเพื่อลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน และนอกเหนือจากนั้นตัว Apple Intelligence เองก็ยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้งานแต่ละคนได้เป็นอย่างดี จึงเป็น AI เทคโนโลยีที่จะเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ สำหรับฟีเจอร์การใช้งานที่น่าสนใจก็มีหลากหลาย อาทิเช่น

1. Writing Tools

เป็นเครื่องมือที่เหมาะกับนักเขียน หรืองานที่ต้องเขียนเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณเกลาเนื้อหาจัดสำนวนของบทคามได้อย่างลงตัว พิสูจน์อักษร การสะกดคำ และสามารถสรุปเนื้อหาบทความได้ทุกที่ ที่มีงานเขียน นอกจากนี้ยังสามารถช่วย Summarize เนื้อหาข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของย่อหน้า และสามารถแยกประเด็นสำคัญๆ ให้อยู่ในรูปแบบของตาราง หรือรายการ

2. Priority Notifications

Apple Intelligence จะเป็นผู้ช่วยจัดลำดับความสำคัญของแจ้งเตือน จะแสดงสิ่งที่สำคัญที่สุดขึ้นมาเป็นอันดับแรก พร้อมช่วยสรุปเนื้อหากับแจ้งเตือนที่มีเยอะที่ซ้อนกันอยู่เพื่อแสดงรายละเอียดสำคัญไว้บนหน้าจอล็อค

3. Reduce Interruptions

เมื่อคุณเปิดโหมดโฟกัส Reduce Interruptions จะทำการแสดงผลขึ้นมาเฉพาะแจ้งเตือน ที่อาจจะจำเป็นที่จะต้องตอบโต้ทันที

4. Priority Messages

เป็นฟังก์ชันที่อยู่ในอินบ๊อกซ์ในแอปอีเมล์ จะคอยแสดงผลอรเมล์ที่มีความด่วนที่สุด และยังมีการสรุปเนื้อหาอีเมล์ ที่จะทำให้เราเห็นถึงประเด็นสำคัญโดยไม่ต้องเปิดอีเมลนั้นขึ้นมา และอีเมล์ไหนที่มีการโต้ตอบหลายฉบับ ก็สามารถดูรายละเอียดที่ตรงประเด็นได้จากคลิกเดียว

5. Image Playground

อีกขุมพลังที่จะช่วยให้คุณได้สร้างและปลดปล่อยจินตนาการ ในการสร้างรูปภาพเพื่อให้คุณได้สื่อสารแนสคิดด้วยวิธีใหม่ๆ สามารถสร้างภาพได้ภายในไม่กี่วินาที และมีให้เลือกถึง 3 สไตล์คือ Animation, Illustration หรือ Sketch

นอกเหนือจากนี้ Image Playground ยังสามารถใช้งานได้ที่แอปข้อความ ให้คุณสร้างสรรค์รูปภาพสนุก และส่งให้เพื่อคุณได้อย่างรวดวเร็ว

6. สร้างสรรค์ Genmoji

ให้ทุกการสื่อสารระหว่างคุณกับเพื่อนๆ ได้สนุกมากยิ่งขึ้นเพราะสามารถ Genmoji ได้อย่างไม่ซ้ำใคร เพียงแค่พิมพ์อธิบายว่อยากได้แบบไหน Apple Intelligence จะช่วยคุณสร้างสรรค์อีโมจิสุดน่ารักมาให้คุณได้ใช้

7. แอปรูปภาพใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

ให้คุณได้ค้นหารูปภาพและวิดีโอได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่สั่งการค้นหาได้โดยแบบเฉพาะเจาะจง ทั้งลักษณะ สถานที่ และจะช่วยให้คุณได้เจอสิ่งที่ค้นหา โดยเฉพาะเนื้อหาในวิดีโอจะแสดงช่วงที่คุณค้นหาพอดี

นอกจากนี้ Apple Intelligence ยังพกพาฟีเจอร์ Clean Up มาด้วยในแอปรูปภาพที่ให้คุณสามารถลบสิ่งที่ไม่ต้องการได้ในรูปภาพ รวมไปถึงลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากฉากหลังของวิดีโอได้แบบง่ายๆ

Apple และ ChatGPT

Apple กำลังเตรียมตัผสมผสานความลงตัวกันระหว้าง Apple เองกับ ChatGPT เพื่อรวมเป็นหนึ่งเดียวและมอบประสบการณ์การใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดของระบบต่อไปนี้ iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia

และ ChatGPT ยังพร้อมใช้งานใน Writing Tools อีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์เนื้อหาทั้งบทความรูปภาพได้อย่างอิสระ เพื่อสร้างรูปภาพได้หลากหลายสไตล์ และสามารถนำมาประกอบสิ่งที่กำลังเขียนอยู่ด้วย

สำหรับผู้ใช้งานงานนั้นหมดห่วงเรื่องความปลอดภัยได้เลย เพราะผู้ที่เรียกใช้งาน ChatGPT นั้นจะได้รับความเป็นส่วนตัวอย่างมากทั้งการปิดบังที่อยู่ IP ของผู้ใช้ และการที่ OpenAI ไม่จัดเก็บข้อมูลคำขอ

รุ่นที่รองรับการใช้งาน Apple Intelligence

iPhone
iPhone 16
iPhone 16 Plus
iPhone 16 Pro
iPhone 16 Pro Max
iPhone 15 Pro
iPhone 15 Pro max

iPad
iPad Pro ชิป M1 ขึ้นไป
iPad Air ชิป M1 ขึ้นไป

MacBook
MacBook Pro ชิป M1 ขึ้นไป
MacBook Air ชิป M1 ขึ้นไป

Mac
iMac ชิป M1 ขึ้นไป
Mac mini ชิป M1 ขึ้นไป
Mac Studio ชิป M1 Max ขึ้นไป
Mac Pro ชิป M2 Ultra

สำหรับใครที่อยากลองใช้งาน Apple Intelligence ก็สามารถเลือกซื้อสินค้า Apple ที่รองรับตามด้านบนที่ยกตัวอย่างไป ต้องบอกว่า AI เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากและรวดเร็วขึ้นทุกวัน การมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้งาน AI และสามารถประมวลผลได้ดี ก็จะยิ่งให้คุณได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก